คุณอยู่ที่WebSite ที่นี่ดอทคอม > โซน Happy> Section Xfile
ฟังเพลงฮิตตั้งแต่อดีต ถึง ปัจจุบัน คลิก
 
 
"วิญญาณอั้งยี่" : ตำนานเฮี้ยนที่วัดเมือง (ตอนจบ)
การประหารชีวิต "อั้งยี่" ที่วัดเมืองครั้งนั้นเป็นข่าวดังไปทั่วหัวเมืองต่างๆ


บ้างก็รู้สึกสาสมใจ บ้างก็สงสารและเกิดทุกขเวทนา

ศพอั้งยี่แต่ละศพเป็น "ผีหัวขาด" และถูกนำไปฝังแบบไร้ญาติ ไม่มีใครกล้ามาขอรับศพไปทำพิธีให้ถูกต้องตามประเพณีเพราะเกรงว่า

อาจจะถูกประหารตามไปด้วย ข้อหาสมรู้ร่วมคิด

จึงจำต้องปล่อยให้พ่อ แม่ ลูก และพี่น้องของตัวเองถูกตัดหัวไปต่อหน้าต่อตา

ความตายของอั้งยี่นั้นทุกข์ทรมานนัก จิตสุดท้ายก่อนสิ้นลมเต็มไปด้วยความกลัว มีอารมณ์โกรธแค้น ชิงชัง

ยามที่วิญญาณออกจากร่าง จิตจึงยึดอารมณ์ดังกล่าวเป็นที่ตั้ง จนนำพาไปยัง "ทุคติภูมิ"

อยู่ในโลกของวิญญาณในภพภูมิที่ทุกข์ทรมาน

แรงอาฆาตพยาบาทความแค้นที่ฝังใจก่อนตาย ทำให้วิญญาณแต่ละดวงไม่สงบสุข หาทางไปเกิดก็ไม่ได้

เพราะเป็นวิญญาณตายโหงที่ยังไม่ถึงเวลาตายแต่ด้วยกรรมมาตัดรอนจำต้องตาย วิญญาณทั้งหลายจึงสิงสถิตอยู่ในวัดเมืองเต็มไปหมด

วัดเมืองจึงขึ้นชื่อว่าเป็นวัดผีดุมานับแต่นั้น


"วัดเมือง" หลังจากเสร็จศึกเหตุการณ์นองเลือดระหว่างทหารบางกอกกับกบฏอั้งยี่แล้ว ก็ได้กลายเป็นวัดร้าง สภาพวัดชำรุดทรุดโทรม

เพราะถูกอั้งยี่เผาทำลาย ทั้งยังถูกลูกหลงจากกระสุนปืนใหญ่ ทำให้สภาพวัดเสื่อมโทรมลงมาก และยังไม่ทันที่ "กรมหลวงรักษ์รณเรศ"

จะขอพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จากงบประมาณแผ่นดิน

มาบูรณะวัดเมือง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ก็มาเสด็จสวรรคตเสียก่อน เป็นที่น่าเสียดาย

และเมื่อผลัดแผ่นดินใหม่แล้วในรัชสมัยรัชกาลที่ 4 อำนาจของกรมหลวงรักษ์รณเรศก็ลดลง ไม่มีทางใดที่จะได้เงินหลวงมาทำนุบำรุงวัด

จึงต้องบูรณะวัดด้วยกำลังทรัพย์ที่พึงมีของท่านเอง

และหลังจากนั้นไม่นาน กรมหลวงรักษ์รณเรศก็ต้องพระราชอาญาแผ่นดิน พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4

โดยถูกสั่งประหารด้วยการใช้ท่อนจันทน์ทุบที่พระนาภีจนสิ้นชีพิตักษัย ซึ่งในประวัติศาสตร์ถือว่าเป็นการประหารชีวิตเชื้อพระวงศ์ครั้งสุดท้าย

ในยุคกรุงรัตนโกสินทร์ และตั้งแต่นั้นมาวัดเมืองก็ไม่มีการบูรณะวัดใดๆอีกเลย

ทำให้กลายเป็นวัดร้างที่ทรุดโทรม บรรยากาศน่ากลัวจนไม่มีใครกล้าเดินผ่านในยามค่ำคืน

ด้วยกิตติศัพท์ "ความเฮี้ยน" ที่เคยมีผู้พบเห็น "ผีอั้งยี่" ผู้ประสบเหตุหลายคนเล่าว่า

เคยเห็นคนจีนเลือดท่วมตัว หิ้วหัวเดินรอบวัด

บางคนเป็นคนแขนขาขาด ไส้ไหล เดินโซซัดโซเซ ผอมเหลือแต่กระดูก สภาพอดอยากหิวโหย ไม่มีใครทำบุญไปให้เพราะญาติพี่น้องหรือคนรู้จักก็คงกลัวว่า

ถ้าจะนำเครื่องเซ่นไปไหว้ตามประเพณีจีนก็กลัวจะถูกจับอีก จึงทำให้วิญญาณอดโซทรมานจนต้องอาละวาดหลอกหลอนหนักขึ้นไปอีก

มีเรื่องเล่าจากผู้ที่อยู่ใกล้วัดเมืองผู้หนึ่ง เล่าว่าสมัยที่เธอยังเด็ก

ก๋งเคยพามาเที่ยวที่วัดนี้ ก๋งยังชี้ให้ดูหลักประหารและบอกว่า สถานที่บริเวณโคนต้นจันทน์นี้ เคยใช้เป็นที่ประหารคนจีนหรืออั้งยี่นับร้อยๆคน

แม้แต่เมื่อหมดสมัยอั้งยี่แล้ว เจ้าเมืองยุคต่อมาเมื่อจะประหารชีวิตใครก็มักจะใช้วัดเมืองเป็นแดนประหาร เพราะเงียบสงัด

ปราศจากผู้คนจึงทำให้วัดดูน่ากลัว ยิ่งขึ้นไปอีกจนไม่มีใครกล้าผ่านไปมา

โดยเฉพาะยามค่ำคืน

จนถึงปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ในปีพุทธศักราช 2450 พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินมาวัดเมืองเพื่อตรวจวัด

เมื่อเห็นสภาพที่เสื่อมโทรมมาก พระองค์จึงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อซ่อมแซมวัดจนอยู่ในสภาพดีดังเดิม

พร้อมพระราชทานพระปรมาภิไธยย่อ จปร. ประดับไว้ที่หน้าบันพระอุโบสถ

และพระราชทานนามวัดใหม่เป็น "วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฏ์"

เล่ากันว่าแม้สภาพของวัดเมืองจะถูกปรับปรุงให้สวยงาม มีชีวิตชีวาดังเดิมแล้วก็ตาม แต่เรื่องราวความเฮี้ยนของ "ผีอั้งยี่"

ก็ยังคงมีต่อเนื่องตลอดเวลาจนสมาคมจีนใน จ.ฉะเชิงเทรา ต้องทำพิธีปลดปล่อยวิญญาณอั้งยี่ที่ทนทุกข์ทรมานให้ไปเกิดจึงจัดพิธีล้างป่าช้าขึ้นที่วัดเมืองถึง 2 ครั้ง

และในการขุดครั้งแรก พอบรรดาเซียนได้เขียนชื่อปักธง

ขุดเอาโครงกระดูกขึ้นมาทำพิธีก็ได้พบหลักฐานยืนยันถึงการประหารชีวิตนักโทษอั้งยี่อย่างชัดเจน

ศพหลายศพถูกขุดพบพร้อมโซ่ตรวน เครื่องพันธนาการ ศพจำนวนมากศีรษะหาย บางศพแขน ขาขาดอวัยวะไม่ครบสมบูรณ์

สันนิษฐานว่าคงเป็นศพที่ตายระหว่างการสู้รบ นอกจากนี้ยังพบเครื่องประดับ

ประเภทแหวนหยก ป้ายหยก ที่ติดตัวศพในสภาพที่ชำรุด ศพถูกนำมาชำระล้างทำความสะอาดเพื่อนำไปประกอบพิธีทางจีน

คือการส่งวิญญาณ โดยครั้งนั้นชาวจีนสกุลแซ่ต่างๆ ในฉะเชิงเทราและชลบุรี มาร่วมเป็นเจ้าภาพอย่างมากมาย

แต่แม้ว่าทางสมาคมชาวจีนจะทำการล้างป่าช้าแล้วก็ตาม

ปรากฏว่าเรื่องราวของ "ผีอั้งยี่" ที่วัดเมืองก็ยังไม่เลิกเฮี้ยน จึงต้องทำพิธีล้างป่าช้าเป็นครั้งที่ 2 โดยเปลี่ยนองค์เซียนซือใหม่

จากนั้นความเฮี้ยนจึงค่อยๆเบาบางลง แต่ก็ยังมีผู้เจอวิญญาณบางดวงอยู่ที่โคนต้นจันทน์ซึ่งเป็นที่ตั้งหลักประหาร

จนต้องไปให้ผู้มีญาณตรวจดูจึงรู้ว่ายังมีวิญญาณอีกหลายดวง

ที่คงสิงสถิตอยู่กับหลักประหาร หากจะให้วิญญาณเหล่านี้สงบก็ต้องทำพิธีขุดเอาเสาหลักประหารขึ้นมาจากดิน

และทำพิธีสะกดวิญญาณพร้อมทั้งต้องปรับพื้นที่บริเวณนั้นให้เสมอกัน เทปูนปิดทับรอยหลักประหารให้หมด

แล้วความเฮี้ยนหรืออาถรรพ์ทั้งหลายก็จะค่อยๆหมดไป


สำหรับต้นจันทน์ที่เคยเป็นจุดปักหลักประหารนี้ปัจจุบันก็ยังคงอยู่และผู้นำรูปหล่อของ "พ่อปู่ชีวกโกมารภัจจ์" มาตั้งไว้เพื่อแก้เคล็ดบางอย่าง

โดยเชื่อกันว่าบริเวณนี้เคยเป็นที่ประหารชีวิตคนจึงต้องให้ปูชีวกฯ มาช่วยชีวิตคน

"วัดเมือง" ในปัจจุบันมีการบูรณะวัดขึ้นมาใหม่ โดยกรมศิลปากรได้มาสำรวจ และขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของ จ.ฉะเชิงเทรา

ในบริเวณวัดด้านข้างวิหารก็เป็นที่ตั้งศาลเจ้าพ่อไกรสร

หรือศาลเจ้าพ่อกรมหลวงรักษ์รณเรศ ซึ่งภายในศาลมีรูปหล่อของท่านในชุดแม่ทัพ ใครผ่านไปผ่านมาที่เคยทราบประวัติของวัดดีก็มักจะมาสักการะ

ในฐานะที่ท่านได้สร้างวัดนี้ขึ้น และถือว่าเป็นศาลเจ้าที่ศักดิ์สิทธิ์อีกแห่งหนึ่งของฉะเชิงเทรา

เรื่องนี้จึงเป็นอีกหนึ่งตำนานความเฮี้ยนของหลายร้อยดวงวิญญาณ

ที่แม้จิตจะละจากร่างเดิมแล้วก็ยังไม่สามารถไปผุดไปเกิดได้ เพราะจิตยังคงยึดติดอยู่กับโลกมนุษย์ นั่นเพราะ "อารมณ์สุดท้าย"

เมื่ออยู่ในภาวะใกล้ตายเป็น "อกุศล" โกรธ เคียดแค้น กลัว ผูกพัน ห่วงหา หรือเสียใจอย่างหนัก

ดังนั้น หากว่าเราทุกคนต้องการจะจากไปสู่ "โลกหลังความตาย" อย่างสุขสงบแท้จริง เราจำต้อง "ปล่อยวาง" ตัดตนและทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยมี และเคยเป็นบนโลกไว้ข้างหลัง


แหล่งที่มา:
ซากุระ [ วันอังคาร ที่ 24 เมษายน 2550 เวลา 13:44 น.]
ความคิดเห็นที่ 1

มานยาวปาย อ่านตาลาย~_~

~PayBoy---->>ตกสวรรค์~ [ วันเสาร์ ที่ 1 พฤศจิกายน 2551 เวลา 13:36 น. ] 61.19.177.45, , 61.19.177.45อ้างอิง


ความคิดเห็นที่ 2

ดีมากๆเลยคับ มีสาระดีเอามาอีกเยอะๆเลยนะจะรออ่าน นะคับซากุระ

เซนซุย [ วันอังคาร ที่ 18 พฤศจิกายน 2551 เวลา 11:13 น. ] 124.121.196.60, , ppp-124-121-196-60.revip2.asianet.co.thอ้างอิง


ความคิดเห็นที่ 3

ชอบ

ดัฟ [ วันอังคาร ที่ 16 ธันวาคม 2551 เวลา 09:58 น. ] 125.27.117.2, , 125.27.117.2.adsl.dynamic.totbb.netอ้างอิง


" ประกาศ "
ร่วมรับผิดชอบต่อสังคม ไม่ใช้คำหยาบ เพราะอาจมีเด็กประถมอ่านอยู่ด้วย ร่วมเป็นตัวอย่างที่ดีกันนะครับ
ร่วมแสดงความคิดเห็น
แทรกลิงค์ URL แทรกรูป ตัวหนา ตัวเอียง เส้นใต้ สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม
ความเห็น :
โดย :


คลิกที่รูป เพื่อใส่หน้ายิ้มในข้อความ
 

Vote เพิ่มตะแนนให้เรื่องนี้
 
ทางทีมงานไม่ขอรับผิดชอบข้อความต่างๆ ขอให้ผู้โพสรับผิดชอบตัวเอง และรับผิดชอบต่อสังคม
ถ้าข้อความใดส่งผลต่อประเทศชาติ ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่ เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิด
 
คุยมันแชทดิจิตอล
Chat.teenee.com
Smile Buffalo

ออดี้ ชุดก่อนเกิดเหตุ
พิสุทธิ์ ทรัพย์วิจิตร

- ก้อนหินละเมอ
- ห่างไกลเหลือเกิน
- ไม่ลืม ปุ้ม อรรถพล
- คงเป็นเธอ ปุ้ม อรรถพล
- เจ็บคราวนี้ ไมเคิล
- พูดลาสักคำ ไมเคิล
- องศาที่ต่างกัน The must
- 2ทาง The must
- ขอเป็นคนสุดท้ายthe must
- ละลาย เอ็มสุรศักดิ์
- เหนื่อย เอ็มสุรศักดิ์
- สบตา แอนเดรีย
- หนึ่งคำสัญญา แอนเดรีย
- เพียงเธอหลับตา มอร์กะจาย
- คำอุทรณ์ มอร์กระจาย
- รู้ไหม มอร์กระจาย
- เหนื่อยใจ XL Step
- คิดถึง Pek Bluesky
- ที่ตรงนี้มีฉัน Pek Bluesky
- ห่วงหา บานาน่าโบท
- ขาดใจ เจย์ซี
- ไม่มีทาง กีตาร์
- นิดนึงพอ Friday I´m in love
- ข้อความ Niece
- เพลงภาพยนตร์ผู้หญิงข้า
ใครอย่าแตะ

- เธอคือความฝัน พราว
- ละคร พราว
- รู้ตัวหรือเปล่า เปเปอร์แจม

- เพราะฟ้ากว้าง เปเปอร์แจม
- เพิ่งรู้ อิสซึ่น
- ขอบอกเอง อิสซึ่น
- อยากให้เธอรู้ อิสซึ่น
- ไกลเท่าเดิม ไฮดร้า
- ดึกแล้ว ไฮดร้า
- เรื่องงมงาย ไฮดร้า

 
เวบดีๆ
- ฟังเพลงฮิตยุค2500- ปัจจุบัน
- บอร์ดเพื่อนๆชาวที่นี่
- เกมมือถือ
- บันเทิงดารา
- คลับบอล
- คลับบอล
- เมล์หนุกๆ
- วาไรตี้ สาระมันส์ๆ
- แฟลชควิซ
- happybox
- สมุนไพร
- อัลบัมรูป
Main Happy | Game | Quiz || XFile ]
Copyright ® 2002 Teenee Dot Com. All Rights Reserved
ขอสงวนสิทธิ์ เนื้อหา รูปแบบ ของเว็บไซท์แห่งนี้ ห้ามลอกเลียนแบบเว็บไซท์ ก๊อปปี้เนื้อหา ทั้งหมด หรือส่วนหนึ่งส่วนใด

โฆษณา ( Advertising ) คลิกที่นี่